เพราะเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ยังมีอยู่ จึงเชื่อว่านักต่อสู้ไม่สูญหาย เพราะเคยเห็นคลื่นซัดหาดทราย ไม่เคยสิ้นขาดสายสักครั้งครา เมื่อคลื่นเก่าลูกก่อนเข้าย้อนฝั่ง จึงเกิดคลื่นลูกหลังที่แรงกว่า ลูกแล้วลูกเล่า ไม่ร้างลา เก่าไป ใหม่มา อยู่อย่างนั้น ในใจเธอคิดอะไรฉันไม่รู้ แต่แววตาที่เห็นอยู่มีไฟฝัน เธอจะร้องเพลงบทไหนไม่สำคัญ แต่เป็นเพลงเดียวกันที่ฉันร้อง เพราะไม่เคยเห็นใครอยู่โดดเดี่ยว และขังตัวแต่ผู้เดียวอยู่ในห้อง หากวันใดท้องถนนมีคนนอง ฉันอยากเห็นเธอเปิดห้องก้าวออกมา เมื่อบ้านเมืองปี้ป่นคนร้องไห้ และหมู่มารผยองใหญ่ทุกหย่อมหญ้า หรือเธอจะนอนหลับได้เต็มตา ขณะฝูงผีห่ายังครองเมือง นั่นเศษปีกผีเสื้อเปียกน้ำค้าง และซากศพนั่นคือร่างนกสีเหลือง เธอจะเดินผ่านไปไม่ชำเลือง และไม่คิดแค้นเคืองหรืออย่างไร ในใจเธอคิดอะไรฉันไม่รู้ แต่แววตาที่เห็นอยู่-เธออ่อนไหว ฉันไม่อยากตั้งคำถามกับผู้ใด เพราะคำตอบนั้นล่องไหลในสายลม เมื่อใครก่อกองไฟในคืนหนาว เราจักได้อิงอ้าวไอไฟห่ม ถ้าค่อนดึก ฟืนไร้และไฟซม หวังเพียงเธอเร่งระดมช่วยเติมฟืน หวังเพียงเธอช่วยตื่นมาเติมไฟ... (2535)

บ้านนี้เมืองนี้

posted on 06 Jun 2008 08:18 by countryroad  in Mypoem

 

 

 

 

 

 

 

ชะรอยว่าบ้านนี้ผีไม่คุ้ม

ผีป่าจึงชุมนุมอยู่พร้อมหน้า

ผีเรือนเพื่อนเก่าเราหายตา

ผีโขมดผีห่ามารุมกิน

มันรุมตอมล้อมรั้วอยู่รายรอบ

แก้ผิดเป็นชอบเสียหมดสิ้น

ความงามความดีที่เคยชิน

เหมือนสาบสูญไปสิ้นแผ่นดินแล้ว

ยกกองอาจมขึ้นก้มกราบ

ศิโรราบขึ้นนั่งบนตั่งแถว

กรวดหินดินทรายคล้ายเปลี่ยนแนว

เป็นก่องเก็จเพชรแก้วประกายกาญจน์

      หมูหมาขึ้นนั่งบังลังก์รัฐ

เห่าห่อนตามถนัดไร้แก่นสาร

ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในสันดาน

ตามวิสัยอันธพาลประจำตน

กลางวันฟ้าแจ้งทุกแหล่งหล้า

ลืมตาเดินไปไม่เห็นหน

พลบค่ำย่ำยามยิ่งมืดมน

อัตคัดขัดสนเป็นพ้นไป

ข้าวกล้าสาลีเคยมีมั่ง

มาหลบเลี่ยงเกลี้ยงถังไปอยู่ไหน

ไม่เคยพบเคยเห็นเป็นอย่างไร

ได้รู้แจ้งแทงใจให้เจ็บจำ

หรือบ้านนี้เมืองนี้ผีไม่คุ้ม

จึงทุกข์โศกโรครุมมากระหน่ำ

คนยากปากหมองต้องรับกรรม

เพราะไอ้พวกระยำมันเมามัว

เพราะหมูหมามานั่งบัลลังก์เมือง

ไพร่ฟ้าหน้าเหลืองไปถ้วนทั่ว

แก้ผิดเป็นชอบระบอบตัว

มาเถิดมาไสหัว พวกจังไรฯ