สัตว์กินเมือง

posted on 21 Jun 2008 13:46 by countryroad

 

 วาทะของเฉลิม อยู่บำรุง - สัตว์กินเมือง

"หากถามถึงความจงรักภักดี นายสนธิ เคยได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินสักครั้งหรือไม่ ผมรับมาแล้ว 3 ครั้ง และได้สายสะพาย อยากถามว่าที่ นายสนธิ บอกว่า ผมไม่จงรักภักดีแล้ว นายสนธิ จงรักภักดีกว่าผมตรงไหน และขอยืนยันว่า เรื่องที่จะให้ผมลาออกคงเป็นไปไม่ได้ เพราะผมรอมาตั้ง 30 ปีกว่าจะได้เป็น มท.1 และจะเพิ่งจะได้เป็น ไอ้ห่า จะให้ลาออก กูไม่ไปหรอก ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯบุกทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ ถ้าผมรับผิดชอบทำเนียบรัฐบาล ผมจะปล่อยให้พวกม็อบเข้ามา อยากบุกก็บุกเข้ามาดูสิว่าเข้ามาแล้วจะทำอะไร แต่ผมไม่ได้รับผิดชอบทำเนียบ คุณสมัครเป็นผู้รับผิดชอบ" มท.1 กล่าว

จากผู้จัดการรายวัน 20 มิย.51

วันมหาประชายุทธ์

ดอกไม้มัฆวานฯ

posted on 18 Jun 2008 20:25 by countryroad  in Mypoem

 

ใช่ใครปลูกดอกไม้ไว้หรือนั่น ?

บนถนนแห่งพืชพันธุ์ความกล้าหาญ

จึงทุ่งฝันตะวันหวังอลังการ

แห่งท้องทุ่งมัฆวานฯ มลังเมลือง

 

ใช่แสงเช้าพราวพร่างกระจ่างฟ้า

และคือแสงศรัทธาอร่ามเหลือง

ประวัติศาสตร์ผ่านไปใช่เปล่าเปลือง

รอให้ฅนปลดเปลื้องชำระความ

 

ราชดำเนินวันไหนไหนใครหรือพรั่น

มัฆวานฯ ไม่เคยหวั่นหรือเกรงขาม

เมื่อความชั่วแผ่ไปเหมือนไฟลาม

ฅนจะไปทวงถามความชอบธรรม

 

ด้วยเกมกลเก่าเก่าอันเน่าน่าย

ประเทศชาติจึงฉิบหายถูกเหยียบย่ำ

ครั้งแล้ว ครั้งเล่าเราจดจำ

เถิดอย่าหวังจะนิ่งงำอีกต่อไป

 

วันแห่งปวงมหาประชายุทธ์

มีแต่เร่งรีบรุดอย่างยิ่งใหญ่

แสนมหาประชาชนเมื่อร่วมใจ

มหิทธาหน้าไหนจักต้านทาน

 

เพื่อสู้ศึกแห่งมหาประชาชัย

เพื่อสีเหลืองเรืองไรอันไพศาล

เพื่อกวาดล้างโหดหินทมิฬมาร

เหล่าดอกไม้มัฆวานฯ พร้อมสู้ตาย

 

ไพฑูรย์ ธัญญา

18 มิถุนายน 2551

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ยังมีอยู่ จึงเชื่อว่านักต่อสู้ไม่สูญหาย เพราะเคยเห็นคลื่นซัดหาดทราย ไม่เคยสิ้นขาดสายสักครั้งครา เมื่อคลื่นเก่าลูกก่อนเข้าย้อนฝั่ง จึงเกิดคลื่นลูกหลังที่แรงกว่า ลูกแล้วลูกเล่า ไม่ร้างลา เก่าไป ใหม่มา อยู่อย่างนั้น ในใจเธอคิดอะไรฉันไม่รู้ แต่แววตาที่เห็นอยู่มีไฟฝัน เธอจะร้องเพลงบทไหนไม่สำคัญ แต่เป็นเพลงเดียวกันที่ฉันร้อง เพราะไม่เคยเห็นใครอยู่โดดเดี่ยว และขังตัวแต่ผู้เดียวอยู่ในห้อง หากวันใดท้องถนนมีคนนอง ฉันอยากเห็นเธอเปิดห้องก้าวออกมา เมื่อบ้านเมืองปี้ป่นคนร้องไห้ และหมู่มารผยองใหญ่ทุกหย่อมหญ้า หรือเธอจะนอนหลับได้เต็มตา ขณะฝูงผีห่ายังครองเมือง นั่นเศษปีกผีเสื้อเปียกน้ำค้าง และซากศพนั่นคือร่างนกสีเหลือง เธอจะเดินผ่านไปไม่ชำเลือง และไม่คิดแค้นเคืองหรืออย่างไร ในใจเธอคิดอะไรฉันไม่รู้ แต่แววตาที่เห็นอยู่-เธออ่อนไหว ฉันไม่อยากตั้งคำถามกับผู้ใด เพราะคำตอบนั้นล่องไหลในสายลม เมื่อใครก่อกองไฟในคืนหนาว เราจักได้อิงอ้าวไอไฟห่ม ถ้าค่อนดึก ฟืนไร้และไฟซม หวังเพียงเธอเร่งระดมช่วยเติมฟืน หวังเพียงเธอช่วยตื่นมาเติมไฟ... (2535)

บ้านนี้เมืองนี้

posted on 06 Jun 2008 08:18 by countryroad  in Mypoem

 

 

 

 

 

 

 

ชะรอยว่าบ้านนี้ผีไม่คุ้ม

ผีป่าจึงชุมนุมอยู่พร้อมหน้า

ผีเรือนเพื่อนเก่าเราหายตา

ผีโขมดผีห่ามารุมกิน

มันรุมตอมล้อมรั้วอยู่รายรอบ

แก้ผิดเป็นชอบเสียหมดสิ้น

ความงามความดีที่เคยชิน

เหมือนสาบสูญไปสิ้นแผ่นดินแล้ว

ยกกองอาจมขึ้นก้มกราบ

ศิโรราบขึ้นนั่งบนตั่งแถว

กรวดหินดินทรายคล้ายเปลี่ยนแนว

เป็นก่องเก็จเพชรแก้วประกายกาญจน์

      หมูหมาขึ้นนั่งบังลังก์รัฐ

เห่าห่อนตามถนัดไร้แก่นสาร

ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในสันดาน

ตามวิสัยอันธพาลประจำตน

กลางวันฟ้าแจ้งทุกแหล่งหล้า

ลืมตาเดินไปไม่เห็นหน

พลบค่ำย่ำยามยิ่งมืดมน

อัตคัดขัดสนเป็นพ้นไป

ข้าวกล้าสาลีเคยมีมั่ง

มาหลบเลี่ยงเกลี้ยงถังไปอยู่ไหน

ไม่เคยพบเคยเห็นเป็นอย่างไร

ได้รู้แจ้งแทงใจให้เจ็บจำ

หรือบ้านนี้เมืองนี้ผีไม่คุ้ม

จึงทุกข์โศกโรครุมมากระหน่ำ

คนยากปากหมองต้องรับกรรม

เพราะไอ้พวกระยำมันเมามัว

เพราะหมูหมามานั่งบัลลังก์เมือง

ไพร่ฟ้าหน้าเหลืองไปถ้วนทั่ว

แก้ผิดเป็นชอบระบอบตัว

มาเถิดมาไสหัว พวกจังไรฯ

 

  

วันเปิดเรียน

posted on 05 Jun 2008 15:32 by countryroad  in Myessay
ฉันได้ยิน... เสียงหวูดกังวานแว่ว ดังมากับลมยามเช้าใต้แสงตะวันอ่อนอุ่น บนท้องถนนยวดยานขวักไขว่ ผู้คนกำลังเดินทางออกจากบ้าน เดือนมิถุนายน ฤดูกาลใหม่ของคนหนุ่มสาว เหมือนนกน้ำฝูงใหม่อพยพย้ายถิ่น สระน้ำโบราณคราคร่ำ อึงอล รั้วมหาวิทยาลัยเปิดกว้าง ป้ายต้อนรับผู้มาใหม่พลิ้วไหวในลมเช้า รอยยิ้มเบ่งบานราวทุ่งทานตะวัน เสียงเพลงต้อนรับอบอุ่นก้องกังวาน ยามเช้า ต้นเดือนมิถุนายน ฉันได้ยินเสียงหวูดกังวานแว่ว โรงงานเปิดแล้ว....

โต๊ะทำงาน

posted on 05 Jun 2008 14:13 by countryroad  in Myessay

 

 

ฉันหายไปจากโต๊ะที่ทำงานนานหลายเดือน โต๊ะที่รกและสุมรุมไปด้วยเอกสารและหนังสือ ทับซ้อน บดเบียดอยู่บนพื้นที่แคบๆ จนแทบบไม่เหลือพื้นที่ว่างใดอีก โต๊ะทำงาน.... คือพื้นที่ส่วนตัวของคนทำงาน โต๊ะของคนทำงาน บอกนิสัยของเจ้าของ ฉายลึกลงในชีวิตจิตใจ โต๊ะทำงานของฉัน พื้นบนรกเรื้อเหมือนกองขยะ ลิ้นชักทุกใบก็รกไม่แพ้กัน มันบรรจุและอัดแน่นด้วยนิสัยไร้ระเบียบ บนโต๊ะไร้ระเบียบ ในลิ้นชักก็ไร้ระเบียบ แต่ในความไร้ระเบียบนั้น มันมีความเป็นระเบียบของมันอยู่ เชื่อฉันเถอะ... เพราะมันคือโต๊ะของฉันเอง